2007/Apr/18

วันนี้ก็ยังเป็นโดราเอมอนอีกครั้งนะคะ คราวนี้ขอเสนอเป็นตอนจบของโดราเอมอนค่ะ

ตอนจบโดราเอมอน

ฉากจบที่เล่าต่อกันมา
เล่ากันว่าฉากจบโดราเอม่อนมี 2 แบบ(ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหนนะคะ)
ก่อนที่ผู้แต่งโดราเอม่อนจะเสียชีวิตคือ อ.ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ท่านได้ป่วยหนักมาก่อนค่ะ แล้วตอนที่ท่านกำลังป่วยนั้นเอง ท่านก็ได้เขียนโดราเอม่อนฉบับจบฉบับจริง หรือจะเรียกว่าฉบับเศร้าก็ได้ค่ะ อาจจะเนื่องมาจากอารมณ์คนเราตอนป่วยหนัก จึงทำให้เอาสภาพตัวเองไปสื่อลงบนโนบีตะ ทำให้ฉากจบออกมาน่าเศร้า
ฉากจบที่เล่ากันว่าเป็นฉบับจริงจากเจ้าของตำนาน
ตอนจบของเรื่อง โดราเอม่อน ที่อาจารย์ ฟูจิโกะ ร่างไว้เป็น ตอนจบจริงๆของ โดราเอมอน จริงๆแล้วของ original ที่ อ.ฟุจิโกะ เขียนเป็น story board ไว้ก่อนที่จะจากไป

วันหนึ่ง
ฉากในโรงพยาบาล โนบิตะตื่นขึ้นมา และเจอพ่อกับแม่และเพื่อนๆ ครบทุกคน ยืนอยู่รอบเตียง แล้วโนบิตะก็ถามถึงโดราเอมอน แต่ทุกคนกลับปฎิเสธว่า ไม่รู้จักและบอกกับโนบิตะว่า โนบิตะหลับมานานเป็นปีแล้ว เนื่องจากไม่สบาย และโนบิตะก็นึกย้อนถึง เรื่องราวเกี่ยวกับโดราเอมอน ทั้งการผจญภัยต่างๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงความฝันเท่านั้น
โดราเอมอน เซวาสึ โดเรมี ล้วนเป็น ความฝันของเขาทั้งสิ้น โนบิตะเป็นเด็กที่ไม่แข็งแรง และไม่มีเพื่อนรักที่ จะอยู่ด้วย เขาต้องนอนโรงพยาบาล ตลอดเวลาและเขาก็หลับไป
ฉากต่อมา เริ่มที่ พ่อแม่และเพื่อนๆของโนบิตะ ร้องไห้กันอยู่ในงานศพของ โนบิตะ..เขาจากไปก่อนวัยอันควร..
และเรื่องราวทุกอย่างก็จบลง ที่โนบิตะฝันถึงโดราเอมอนและอนาคตนั้น เป็นเพราะเขารู้ดีว่า เขาจะต้อง ตายในอีกไม่นาน เขาจึงอยากที่จะมีอนาคต อยากที่จะมีเพื่อนรัก อยากจะผจญภัยสนุกสนาน แต่ฝันของเขาก็ไม่มีวันเป็นจริง... ตลอดไป......




ทางคนที่ได้อ่านฉากจบนี้ได้พิจารณาฉากจบนี้แล้ว จึงคิดว่าไม่สมควรจะเอาฉากจบแบบนี้ไปเผยแพร่เพราะจะเป็นการทำลายความฝันของเด็กๆอย่างแรง

จึงทำการแต่งขึ้นใหม่มาเป็นฉากจบแบบใหม่ค่ะ


บ่ายวันหนึ่ง ซึ่งก็เป็นวันธรรมดาเหมือนวันอื่นทั่วไป
โนบิตะกลับมาจากโรงเรียน และวิ่งขึ้นชั้น 2 ไปที่ห้องของเขา
โดราเอม่อนกำลังนอนอยู่ในห้อง ...ซึ่งก็เป็นเหมือนปกติทุก ๆ วัน

"เฮ้!! โดราเอม่อนตื่นเถอะแล้วไปเล่นด้วยกัน" โนบิตะชวน
แต่โดราเอม่อนก็ยังไม่ตื่น
โนบิตะคิดว่า โดราเอมอนคงจะเหนื่อย ปล่อยให้นอนต่อไปดีกว่า
ดังนั้นเขาจึงวิ่งออกไปเล่นข้างนอนกับชิซูกะและเพื่อนคนอื่นๆ

2-3 ชั่วโมงต่อมา เมื่อโนบิตะกลับถึงบ้าน
เขาพบว่าโดราเอม่อนยังนอนอยู่นิ่งที่เดิม
โนบิตะเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไป
"ปกติโดราเอม่อนไม่นอนนานอย่างนี้นี่นา "

เขาพยายามจะปลุกโดราเอม่อน แต่ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ
โนบิตะเริ่มรู้สึกกลัวและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปลุกโดราเอม่อน
แต่ไม่ว่าโนบิตะจะพยายามแค่ไหน ก็ทำให้โดราเอม่อนตื่นขึ้นมาไม่ได้

ถึงตอนนี้โนบิตะรู้ชัดเจนแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ
โดราเอม่อนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน..

โนบิตะเริ่มร้องไห้
แต่แม้จะร้องไห้หรือตะโกนเรียกอย่างไร..
เจ้าหุ่นยนต์แมวตัวอ้วนก็ไม่เคลื่อนไหว

แล้วโนบิตะก็เกิดความคิดขึ้นมา!!
เขากระโดดลงไปในลิ้นชักโต๊ะ.. ใช่แล้ว! ไทม์แมชชีนนั่นเอง
โนบิตะใช้ ไทม์แมชชีนไปในอนาคต ไปหา โดเรมี น้องสาวของโดราเอม่อน
โนบิตะไปขอความช่วยเหลือจากโดเรมี และพาเธอกลับมากับเขา
กลับมาในปี 1998

หลังจากนั่ง ไทม์แมชชีน กลับมายัง ปี 1998
โดเรมีก็เริ่มตรวจระบบต่างๆ เพื่อดูว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับพี่ชายของเธอ
หลังจากนั้นไม่นาน โดเรมีก็บอกว่า..
"แบตเตอรี่ของโดราเอม่อนหมด"

โนบิตะได้ยินดังนั้นก็โล่งใจ และบอกกับโดเรมีว่า
"แบตเตอรี่หรือ?? โดราเอม่อนไม่ได้เสียหายอย่างอื่นใช่ไหม
งั้นจะรีรออะไรอยู่ล่ะ รีบเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ให้เขา
และทำให้โดราเอม่อนตื่นกลับมาเหมือนเดิมทีสิ"

แต่ ..โดเรมีส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า
"โนบิตะซัง ฉันควรทำอย่างนั้นเหรอ??"

"อะ... อะไรนะ โดเรมี เธอหมายความว่ายังไง???"
โดเรมีตอบว่า..
"ก็ แบตเตอรี่หลักของ โดราเอม่อนอยู่ตรงนี้ ใกล้กับกระเป๋าหน้าของเขา และไฟมันหมดแล้ว
ซึ่งแต่เดิมโดราเอม่อนจะมีแบตเตอรี่สำรองอยู่ที่หู
แต่ก็อย่างที่รู้ ๆ กันล่ะว่า หูของโดราเอม่อนถูกหนูแทะกินไปเมื่อหลายปีมาแล้ว
ดังนั้นตอนนี้โดราเอม่อนก็เลยไม่มีแบตเตอรี่สำรอง"

"แล้วมันหมายความว่ายังไงล่ะ" โนบิตะสงสัย
"ก็หมายความว่า ถ้าฉันเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้โดราเอม่อน
ความทรงจำทุกอย่างของโดราเอม่อนก็จะหายไปจากส่วนของหน่วยความจำนะสิ"

"อะไรนะ?????? "

"แล้วเธอยังจะให้ฉันเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้อย่างนั้นหรือ"

โนบิตะหลับตาแล้วร้องไห้....
แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็หยุดร้อง และบอกโดเรมีจังว่า..
"โดเรมี ขอบคุณนะที่อุตส่าห์มา ฉันจะดูแลโดราเอม่อนเอง เธอกลับไปอนาคตเถอะ"

โดเรมีจังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อช่วยโนบิตะดี
เธอเข้าไปกอดโนบิตะเพื่อปลอบใจ และก็กลับไปอนาคต

หลังจากโดเรมีกลับไป โนบิตะอุ้มโดราเอม่อนไปนอนในตู้ของโดราเอม่อนตามเดิม

วัน-เวลาผ่านไป...........
ปี ค.ศ.2010 โนบิตะโตขึ้น
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็เปลี่ยนไป เขาทุ่มเทเรียนอย่างหนัก ไม่มีการร้องไห้อีกต่อไป
และเขาก็มีชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีโดราเอม่อน
เขาบอกชิซูกะและทุก ๆ คนว่า โดราเอม่อนได้กลับไปสู่อนาคตของเขาแล้ว
และจะไม่สามารถได้พบกับโดราเอม่อนได้อีกต่อไป

ชิซูกะรู้สึกประทับใจในท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างเหลือเชื่อของโนบิตะ ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง
พวกเขาตกหลุมรักซึ่งกันและกัน และในที่สุดก็ได้แต่งงานกัน...

โนบิตะเติบโตเป็นนักวิทยาศาสตร์ เขาได้สร้างห้องของเขาให้กลายเป็นห้องทดลอง
และทุ่มเทศึกษาอย่างหนักในงานของเขาตลอดทั้งวัน
เขาได้บอกชิซูกะว่าไม่ให้เข้ามาในห้องทดลองของเขา
เพราะมีสิ่งที่เป็นอันตรายอยู่มากมาย

แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับเรียกชิซูกะให้เข้าไปในห้องของเขา
ห้องทดลองซึ่งเขาเคยบอกว่าเต็มไปด้วยอันตราย
นั่นเป็นครั้งแรกที่ชิซูกะได้เข้าไปในห้องของสามีเธอ

และเมื่อชิซูกะเข้าไป เธอถึงกับตกใจจนพูดไม่ออก....
เพราะสิ่งที่เธอเห็น- -เพื่อนเก่าของเธอ.. ผู้ที่เธอเคยเล่นด้วยในวันเด็ก
"โดราเอม่อน"

โดราเอม่อนไม่ได้เคลื่อนไหว ดูเหมือนว่าเขากำลังหลับ

"ดูนะชิซูกะ ฉันจะเสียบปลั๊กเดี๋ยวนี้แหละ.."
โนบิตะเปิดสวิตช์หลักของโดราเอม่อน
โดราเอม่อน ลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว.....

นั่นเป็นช่วงเวลาสำหรับคำถามที่ทุกคนอยากรู้ว่า "ผู้ประดิษฐ์โดราเอม่อน... คือใคร"
มีคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า คนนั้นคือ โนบิตะ นั่นเอง....

ที่โนบิตะเรียนอย่างหนัก และทุ่มเท ก็เพื่อที่จะได้พบ ได้คุยกับเพื่อนเก่าของเขาอีกครั้งหนึ่ง
จนถึงขณะนี้.. โนบิตะก็กลายเป็นผู้ที่สร้างโดราเอม่อนขึ้นมา
เขาได้ค้นพบโครงสร้าง สถาปัตยกรรม และโปรแกรมทั้งหมดที่เป็นแบบฉบับของโดราเอม่อน

โนบิตะและชิซูกะ ร้องไห้เบา ๆ ด้วยความยินดี....
ขณะที่โดราเอม่อนลืมตาขึ้นมา... มองไปรอบ ๆ และในที่สุดก็พูดขึ้นว่า
"โนบิตะ นายทำการบ้านเสร็จรึยัง?"

เมฆสีขาวบริสุทธิ์ยังคงลอยล่องอยู่บนท้องฟ้าเหมือนดังวันก่อน
วันเวลาที่พวกเขาได้ร่วมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน....


ที่มาค่ะ

http://www.newsworks.org/timeh.htm




edit @ 2007/04/18 11:38:14

2007/Apr/15

อิอิ...วันนี้ไม่ได้ไปเล่นสงกรานต์เลยมาอัพซะหน่อยค่ะ วันนี้ก็จะนำการ์ตูนของญี่ปุ่นมานำเสนอกันนะคะ เริ่มโดยการ์ตูนที่ไม่มีใครไม่รู้จักนะคะเรื่องนี้Doraemon

โดราเอมอนเป็นการ์ตูนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากทั้งในญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ชอบมากเรื่องหนึ่งนะคะก็ได้ติดตามตลอดตอนนี้ของสะสมก็จะเป็นโดราเอมอนค่ะ หุหุ วันนี้ก็จะมาพูดถึงเรื่องราวของโดราเอมอน เริ่มแรกเลยตั้งแต่ กำเนิดโดราเอมอน

จริงๆแล้ว แต่เดิมนั้นโดราเอม่อนนั้นมีผิวสีเหลือง และมีหูเหมือนแมว โดยถือกำเนิดขึ้นจากโรงงานผลิตหุ่นยนต์ในศตวรรษที่22 โดยโดราเอม่อนนั้นเป็นหุ่นที่สร้างมาเพื่อเลี้ยงเด็กๆเท่านั้น แต่ทว่า ตัวโดราเอม่อนเองนั้นมีขั้นตอนการผลิตที่ผิดพลาด ในขณะที่ทำการผลิตอยู่นั้นได้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นทำให้หุ่นโดราเอมอนตัวหนึ่งโดนไฟช็อต และกำลังหล่นลงไปในเตาหลอมขยะ ในขณะที่กำลังจะหล่นไปนั้น โดราเอมอนได้รับการช่วยเหลือจาก หุ่นยนต์แมวนักเต้นชื่อ โดราเนียโกะ โดราเอมอนได้รู้จักเพื่อนคนแรกที่นี่ และโดราเนียโกะได้มอบขนมแป้งทอดหรือ โดรายากิ โดราเอมอนเพื่อเป็นการฉลองวันที่โดราเอมอนถือกำเนิดขึ้นมา (เหตุนี้ล่ะ จึงทำให้โดราเอม่อนชอบกินขนมโดรายากิเป็นต้นมา)

ในเมื่อคนเรา การที่จะทำสิ่งใดเป็น จะต้องผ่านการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานมาก่อน หุ่นยนต์อย่างโดราเอม่อนก็เช่นกัน ก็ต้องไปอบรม เรียนที่โรงเรียนฝึกหุ่นยนต์ แต่เนื่องจากอุบัติเหตุจากการผลิตในครั้งนั้น ทำให้ความสามารถของโดราเอม่อนนั้นคล้ายๆกับโนบิตะ คือโดราเอมอนได้ทำผิดพลาดทุกอย่าง เช่น ให้หยิบประตูทุกหนแห่ง แต่ดัน หยิบห่วงผ่านตลอดออกมา เป็นต้น และได้ถูกครูใหญ่เรียกตัวไปพบและให้ย้ายไปชั้นเรียนพิเศษ ซึ่งเป็นห้องที่รวบรวมเด็กมีปัญหาเอาไว้ และโดราเนียโกะ ก็ได้อยู่ในห้องนี้ด้วย ที่ห้องนี้โดราเอมอนได้พบกับเพื่อนแท้อีกหกคน คือ

โดราเดอะคิด เป็นหุ่นยนต์ที่ชอบคาวบอยเป็นอย่างมาก รักความสันโดด และเป็นโรคกลัวความสูง

โดราเหม็ด ที่สาม เป็นพ่อมดที่มีเวทมนคาถามากมาย และกลัวน้ำมาก เมื่อโมโหจะขยายร่างอาละวาด

หวังโดรา เก่งในด้านกังฟูมาก แต่แพ้ผู้หญิง มีนิสัยขี้อาย

เอล มาทาโดรา เป็นนัดสู้วัวกระทิงที่มีใจรักความยุติธรรมมาก อยู่ในสเปน เมื่อมีเหตุร้ายเกิดขึ้นจะเปลี่ยนเป็นไดเคทสึโดรา ผู้ผดุงความยุติธรรม

โดรานิคอฟ หุ่นยนต์แมวที่มีความลับเยอะมาก ไม่เคยพูด มีผ้าพันคออยู่ตลอดเวลา เวลาเห็นของกลมๆ จะกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าและถ้ากินของเผ็ดจะพ่นไฟได้

โดราริเนียว(โดรารินโญ่) เป็นนักฟุตบอลที่เก่งมาก จะอยู่กับทีมฟุตบอลของเขาคือมินิโดราทั้ง 7 มีนิสัยขี้ลืมมาก

และต่อมาโดราเอม่อนและเพื่อนทั้ง6ก็ได้รวมพลังกัน เป็นโดราเอม่อน ทีม และมีการ์ดแห่งเพื่อนอยู่ เพื่อติดต่อถึงกันได้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ยุคใดก็ตาม ซึ่งหาอ่านได้จาก หนังสือการ์ตูนของ line art planning(ไม่มีลิขสิทธ์) และ เนชั่นฯ

ในพิธีจบการศึกษา หุ่นต่างๆต้องมาแสดงความสามารถให้ชม เพื่อที่จะรับการติดต่อไปทำงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการ เพื่อนๆในชั้นทุกคนมีคนมาติดต่อไปหมดแล้ว เหลือแต่โดราเอมอนเป็นคนสุดท้าย เมื่อโดราเอมอนแสดงจบ ได้มีสัญญานจากเด็กโดยตรงติดต่อมา แต่ทว่ากลับกลายเป็นเด็กกดปุ่มผิดเลือกมา เด็กคนนั้นก็คือเซวาชิ(ซึ่งก็คือรุ่นหลานๆๆๆของโนบิตะนั่นเอง)นั่นเอง โดราเอมอนจึงรับหน้าที่ดูแลเซวาชิ
เมื่อเซวาชิอยู่ชั้นประถม ครูได้สั่งให้ปั้นดินน้ำมันส่ง เซวาชิตัดสินใจที่จะปั้นโดราเอมอนขึ้นมา แต่ก็ทำพลาดตรงหูนี่เอง จึงได้ใช้ให้หุ่นยนต์หนูไปทำให้หูของรูปปั้นเหมือนของโดราเอมอน แต่หุ่นยนต์หนูเข้าใจผิด ไปกัดหูของโดราเอมอนแหว่ง โดราเอมอนตกใจมาก เมื่อไปหาหมอ ขณะที่ทำการรักษาอยู่นั้น ได้เกิดความผิดพลาดขึ้นทำให้หูของโดราเอมอนหายไปเลย เมื่อใครต่อใครเห็นก็ต่างพากันหัวเราะเยาะกันยกใหญ่ โดราเอมอนเสียใจมากจึงวิ่งออกไปแล้วก็ร้องไห้อยู่คนเดียว โดราเอมอนร้องไห้มากจนทำให้สีเหลืองที่ชุบตัวลอกออกมาเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งเราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ และโดรามีก็ออกมาปลอบใจและบอกกับโดราเอมอนว่าตัวเองเป็นน้องสาวของโดราเอมอน
ในด้านเซวาชิได้ออกตามหาโดราเอมอน ในขณะที่ตามหาอยู่นั้น ได้มีผู้ก่อการร้ายซึ่งกำลังหนีตำรวจจับเป็นตัวประกันไว้ โดราเอมอนก็ได้ไปช่วยออกมา (จริงๆแล้วไม่ได้ช่วยหรอก หลังจากที่หนีออกมา โดราเอมอนตั้งใจจะดื่มน้ำยาร่าเริง แต่หยิบผิดเป็นน้ำยาเศร้าโศก และเมื่อพบกลับโดรามีก็จะกินน้ำยาร่าเริงอีกครั้ง แต่ดันกลายเป็น น้ำยาเร่งความเร็ว ทำให้ต้องวิ่งไปเรื่อยๆ จนไปชนยานของผู้ก่อการร้ายพัง ) หลังจากจับผู้ร้ายได้แล้ว ทางครูใหญ่ได้จัดการฉลองให้โดราเอมอน และมอบหุ่นยนต์มินิโดรา ให้เพื่อเป็นเกียรติแก่โดราเอมอนที่จับผู้ร้ายได้
โดราเอมอนตั้งใจจะให้ของขวัญแก่เซวาชิบ้าง จึงคิดที่จะกลับไปโลกอดีตเพื่อแก้ไขบรรพบุรุษของเซวาชิให้ดีขึ้น และที่นี่เอง โดราเอมอนกับ โนบิตะ ได้พบกันเป็นครั้งแรก

ขอขอบคุณที่มาค่ะ

http://www.kartoon-discovery.com/ เว็ปต้นฉบับ http://www.j-doramanga.com เว็ปที่นำมา


edit @ 2007/04/18 10:54:13

2007/Apr/12


บล็อคนี้ก็คิดว่าจะเอาทุกอย่างที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นมาลงนะคะไม่ว่าจะเป็นการสอนภาษาญี่ปุ่นหรือประเพณีต่างๆของชาวญี่ปุ่นรวมถึงการ์ตูนญี่ปุ่นนะคะ สำหรับใครที่สนใจญี่ปุ่นก็อยากให้มาติดตามชมกันบ่อยๆค่ะ